อุมม์ กุลษูม
อุมม์ กุลษูม | |
|---|---|
กุลษูมเมื่อปี พ.ศ. 2489 | |
| ข้อมูลพื้นฐาน | |
| ชื่อเกิด | ฟาติมา อิบรอฮิม เอส-ซัยยิด เอล-เบลตากี (อาหรับ: فاطمة إبراهيم السيد البلتاجي |
| เกิด | 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2441 จังหวัดดักกาเลียห์, รัฐเคดีฟอียิปต์ |
| เสียชีวิต | 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2518 (76 ปี) ไคโร, ประเทศอียิปต์ |
| แนวเพลง |
|
| อาชีพ | |
| เครื่องดนตรี | เสียงร้อง |
| ช่วงปี | พ.ศ. 2466 - 2518 |
ฟาติมา อิบรอฮิม เอส-ซัยยิด เอล-เบลตากี (อาหรับ: فاطمة إبراهيم السيد البلتاجي; 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2441 – 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2518) หรือชื่อในวงการ อุมม์ กุลษูม เป็นนักร้อง นักแสดง และบุคคลในวงการบันเทิงชาวอียิปต์ เจ้าของสมญานาม ดวงดาวแห่งตะวันออก (Kawkab el-Sharq) รวมถึงสมญานามอื่น อาทิ เสียงแห่งอียิปต์[1][2] และ พีรมิดที่สี่แห่งอียิปต์ โดยในปี พ.ศ. 2566 นิตยสารโรลลิ่งสโตนได้ระบุให้เธอคือหนึ่งในสองร้อยศิลปินตลอดกาลของโลก[3][4]
เธอเกิดที่หมู่บ้านตะมาย อัล-ซะฮายเราะห์ในจังหวัดดักกาเลียห์ของอียิปต์ มีใจรักด้านการร้องเพลงมาตั้งแต่ยังเด็ก เธอเริ่มเข้าสู่วงการเพลงจากการร้องเพลงสวดทางศาสนาร่วมกับบิดาของเธอ ซึ่งในช่วงแรกบิดาต้องแต่งตัวให้เธอเป็นเด็กผู้ชาย เพราะในสมัยนั้นการร้องเพลงของเด็กผู้หญิงยังไม่เป็นที่ยอมรับในอียิปต์ ต่อมาเมื่อเข้าสู่วัยรุ่นเธอได้เข้าสู่กรุงไคโรและเริ่มมีชื่อเสียงขึ้นมา[5][6] เธอมีเอกลักษณ์จากน้ำเสียงคคอนทราลโตที่ทรงพลัง รวมถึงความสามารถในการถ่ายทอดอารมณ์ในบทเพลง และทักษะการแสดงอันยอดเยี่ยม ทั้งนี้เธอมีทักษะเฉพาะในการขับร้องเพลงที่มีความยาว มีความซับซ้อนในเนื้อหาและทำนอง รวมถึงบทสวดทางศาสนาหรือวรรณกรรมคลาสสิกได้เป็นอย่างดี จนเป็นที่ยอมรับของชาวอียิปต์[7]
ผลงานเพลงของเธอที่มีชื่อเสียง อาทิ ยา ซิลาฮี, อินตา อุมรี, อัล-อัฏลาล, อัลฟ์ ไลลา วะ ไลลา, ซีเรต เอล ฮุบ และ รุบาอียาต อุมัร คัยยาม นอกจากนี้ เธอยังแสดงภาพยนตร์ด้วยกันถึงหกเรื่อง
ดนตรีและภาพลักษณ์สาธารณะของเธอนั้นถูกมองว่าเป็นตัวแทนความเป็นอียิปต์ โดยหยั่งรากมาจากวิถีชนบท ชนชั้นแรงงาน และขนบวัฒนธรรมดั้งเดิมของอียิปต์ เธอใช้ชื่อเสียงของตนในการส่งเสริมอัตลักษณ์และความเป็นชาตินิยมของอียิปต์อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะตั้งแต่สงครามหกวันปี พ.ศ. 2510 เธอมีบทบาทระดับชาติอย่างโดดเด่น ด้วยการจัดคอนเสิร์ตในหลายประเทศ เพื่อระดมทุนช่วยเหลือรัฐบาลอียิปต์ในการปฏิบัติการทางทหาร จนกระทั่งสิ้นสุดสงครามยมคิปปูร์ในปี พ.ศ. 2516 แม้เธอจะมีปัญหาสุขภาพจนไม่สามารถร้องเพลงได้ดังเดิม แต่เธอได้เดินทางไปเยี่ยมทหารบาดเจ็บ เข้าร่วมงานเฉลิมฉลองชัยชนะ และได้รับจดหมายขอบคุณจากประธานาธิบดีอียิปต์ อันวัร อัสซาดาต อีกด้วย[8][9] เธอได้เสียชีวิตเมื่อปี พ.ศ. 2518 จากภาวะไตวาย สิริอายุ 76 ปี[10] ปัจจุบันมีพิพิธภัณฑ์และอนุสรณ์สถานเกี่ยวกับเธอที่กรุงไคโรสำหรับจัดแสดงสิ่งของ ผลงาน และเกียรติยศของเธอตลอดชีวิตการเป็นศิลปิน
อ้างอิง
[แก้]- ↑ Danielson, Virginia (1997). Umm Kulthum: A Voice Like Egypt. University of Chicago Press. ISBN 978-0-226-13612-7.
- ↑ Danielson, Virginia (1996). "Listening to Umm Kulthūm". Middle East Studies Association Bulletin. 30 (2): 170–173. doi:10.1017/S0026318400033976. ISSN 0026-3184. JSTOR 23061883. S2CID 152080002.
- ↑ "Rolling Stone Magazine named iconic singer Om Kolthoum among the greatest 200 singers of all time". Egypt Today. 8 January 2023. สืบค้นเมื่อ 7 July 2025.
- ↑ "The 200 Greatest Singers of All Time". Rolling Stone (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). 1 January 2023. สืบค้นเมื่อ 15 August 2023.
- ↑ Danielson, Virginia L. (10 December 2025). "Umm Kulthum Egyptian musician". Encyclopedia Britannica.
- ↑ "Umm Kulthum". Britannica Kids.
- ↑ Dabbousi, Souria (2023-01-25). "Umm Kulthum Ranked as One of the Greatest Singers of All Time -". Arab America (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2026-01-07.
- ↑ Mohamed, Zeinab (2025-02-01), Sadat's Thanks letter to Umm Kulthum for her war efforts contribution in 1973 جواب شكر من الرئيس السادات لأم كلثوم فى عام, สืบค้นเมื่อ 2026-01-07
- ↑ راغب, كتب محمود (2021-02-03). "مقبرة أم كلثوم بعد 46 عاما على رحيلها.. اليوم عشاق كوكب الشرق يحيون ذكرى وفاتها.. 'اليوم السابع' يفتح دفتر زوارها.. يضم تدوينات نادرة من محبيها حول العالم منذ عام 1975.. ومصحف 'الست' يزين قبرها.. فيديو وصور". اليوم السابع (ภาษาอาหรับ). สืบค้นเมื่อ 2026-01-07.
- ↑ "Kumbh together". The Economist. 15 January 2013.